Thai English
  • หน้าแรก
  • ข้อมูลทั่วไป
    • ประวัติความเป็นมา
    • ที่ตั้งและแผนที่
    • สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน
    • วิสัยทัศน์
    • ตราสัญลักษณ์
  • ข่าว
    • ข่าวประชาสัมพันธ์
    • ข่าวกิจกรรม
    • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
  • การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA)
  • บุคลากร
    • คณะผู้บริหาร
    • สมาชิกสภา
    • หัวหน้าส่วนราชการ
    • สำนักปลัด
    • กองคลัง
    • กองช่าง
    • กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
    • กองส่งเสริมการเกษตร
    • หน่วยตรวจสอบภายใน
    • กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
  • กระดานสนทนา
  • ติดต่อเรา
12374862_1056653394356682_8948350907782178330_o - Copy
12374862_1056653394356682_8948350907782178330_o
440

กระดานสนทนา

การตั้งกระทู้ และการแสดงความคิดเห็น กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพเหมาะสม ไม่ใส่ความบุคคลอื่นโดยไม่มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน
เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้, ถาม-ตอบปัญหาคาใจ, แนะนำ, ประกาศ, หรือทุกสิ่งตามความเหมาะสม



Forum ตอบกระทู้


1



หัวข้อ:ใช้เงินกู้ “สินเชื่อ SME ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 2569” (อ่าน 4 ครั้ง)
      กระทู้โดย:  ที่ปรึกษาด้านสินเชื่อ
      E-mail:  easycashflowsadvisor@gmail.com
      IP:  116.204.180.24
บทความ : ใช้เงินกู้ “สินเชื่อ SME ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 2569”
เมื่อ: วันที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 19:34:50 นาที
ในปี 2569 ผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังมองหา แหล่งเงินทุน ที่เข้าถึงได้จริง โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการ สินเชื่อsmeไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 2569 เพราะไม่อยากผูกทรัพย์สินหรือไม่มีสินทรัพย์ค้ำในระดับที่ธนาคารต้องการ แต่ “โจทย์ที่แท้จริง” ไม่ได้จบแค่กู้ได้หรือกู้ไม่ได้—สิ่งที่ทำให้ธุรกิจได้ประโยชน์จริง คือ ใช้เงินกู้แล้วกระแสเงินสดดีขึ้น หรือช่วยลดต้นทุนได้ชัดเจน ซึ่งเป็นหลักคิดที่บทความหลักย้ำไว้ตรง ๆ ว่าเงินกู้ควรมุ่งไปที่กิจกรรมที่ “สร้างกระแสเงินสดหรือช่วยลดต้นทุนอย่างชัดเจน” ยิ่งช่วงที่มีมาตรการเชิงระบบเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อใหม่ เช่น SMEs Credit Boost ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศความร่วมมือกับกระทรวงการคลังและธนาคารพาณิชย์ (เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 15 มกราคม 2569) รวมถึงมาตรการค้ำประกันอย่าง บสย. Quick Big Win ที่ระบุกรอบวงเงินค้ำประกันรวม 50,000 ล้านบาท และข่าวการปรับเกณฑ์ SME Green Productivity ที่ขยายเวลารับคำขอกู้ถึง 30 ธันวาคม 2569 และเพิ่มวงเงินต่อรายสูงสุด 30 ล้านบาท ภาพรวมคือ “โอกาสทุนเพิ่มขึ้น” แต่ผู้ประกอบการยังต้องตัดสินใจให้ถูกว่า สินเชื่อเงินกู้ ก้อนนั้นควรนำไปทำอะไร จึงจะคุ้มกับดอกเบี้ยและไม่ทำให้ภาระผ่อนตึงจนเกินไป ต่อไปนี้คือคำตอบแบบลงมือใช้ได้จริงว่า “ใช้เงินกู้นี้เพื่ออะไรได้บ้าง” โดยยึดกรอบจากบทความหลัก และขยายด้วยมุมมองเชิงวิเคราะห์ว่าใช้แบบไหน “คุ้มค่า” และใช้แบบไหน “เสี่ยงทำให้สะดุด” สำหรับธุรกิจที่ต้องการ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก หรือกำลังชั่งใจว่าจะพึ่ง เงินกู้ด่วน ดีหรือไม่ ใช้เงินกู้นี้เพื่ออะไรได้บ้าง? 1) ซื้อวัตถุดิบ / เพิ่มสต๊อก เพื่อรับช่วงพีก (และต่อรองต้นทุนให้กำไรเพิ่มจริง) กรณีนี้เหมาะมากกับธุรกิจที่ยอดขายมีฤดูกาลชัดเจน เช่น ช่วงเทศกาล ช่วงไฮซีซัน หรือช่วงที่มีออเดอร์ก้อนใหญ่เข้ามา เพราะการมีเงินหมุนเพิ่มทำให้ “ซื้อให้พอ” และ “ซื้อให้ถูก” ได้พร้อมกัน บทความหลักยกตัวอย่างว่า การซื้อเหมาอาจต่อรองส่วนลดได้ราว 2–10% ต่อหน่วย ช่วยเพิ่มกำไรต่อชิ้นและลดความเสี่ยงของขาดสต๊อก มุมมองเชิงวิเคราะห์: ให้มองการใช้เงินกู้เพื่อสต๊อกเป็น “การซื้อเวลา” ระหว่างรอบเงินเข้า–เงินออก ถ้าธุรกิจขายเร็ว เก็บเงินไว วงเงินหมุนเวียนจะยิ่งคุ้ม แต่ถ้าสต๊อกหมุนช้า ค้างนาน ดอกเบี้ยจะเริ่มกินมาร์จิ้นทันที วิธีคิดง่าย ๆ คือ ทำตัวเลข 2 บรรทัดก่อนกู้ สต๊อกหมุนกี่วัน (Days Inventory) กำไรขั้นต้นต่อรอบมากกว่าดอกเบี้ยที่เกิดในช่วงเวลานั้นหรือไม่ ถ้าคำตอบ “ใช่” การใช้วงเงินหมุนเวียนเพื่อสต๊อกถือว่าเข้าทาง 2) สำรองค่าแรง / ค่าขนส่ง / ค่าวัสดุสำหรับงานโครงการ (โดยเฉพาะเทอม 30–60 วัน) ธุรกิจที่รับงานโครงการ (เช่น ผลิตตามสเปก รับเหมา ส่งมอบเป็นงวด) มักเจ็บตรง “ต้องจ่ายก่อน แต่เก็บเงินทีหลัง” บทความหลักชี้ว่าในลูกค้า B2B หรือหน่วยงานที่มีเทอมชำระ 30–60 วัน วงเงินสำรองช่วยให้การผลิต–ส่งมอบไม่สะดุด และรักษา KPI ด้านเวลาส่งมอบงาน มุมมองเชิงวิเคราะห์: กรณีนี้ ถ้าใช้ เงินกู้ด่วน แบบระยะสั้นเกินไป อาจทำให้ค่างวดหนักก่อนที่เงินจะเข้าตามเทอม จึงควรออกแบบให้ “ระยะเวลาเงินกู้สอดคล้องเครดิตเทอม” เช่น วางวงเงินหมุน 30–90 วันตามรอบงาน (แนวคิดเดียวกับ cash-flow bridging ที่บทความหลักเสนอ) 3) ปรับปรุงอุปกรณ์/เครื่องมือ/เครื่องจักรขนาดเล็ก ที่ลดของเสียและลดต้นทุนต่อหน่วย นี่คือการใช้เงินกู้ที่ให้ “ผลเป็นรูปธรรม” เพราะไปแตะต้นทุนการผลิตโดยตรง บทความหลักยกตัวอย่างอุปกรณ์อย่างเตา เครื่องซีล เครื่องคัดแยก เครื่องบรรจุ และระบุว่ามักช่วยลดของเสีย เพิ่มผลผลิต และมีโอกาสคืนทุนราว 6–18 เดือนจากต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลง มุมมองเชิงวิเคราะห์: ถ้าจะใช้เงินกู้ไปกับเครื่องมือ/เครื่องจักร ให้เขียนตัวเลขแบบเรียบง่าย 3 ช่อง ก่อนลงทุน: ของเสียกี่ %, ผลิตได้กี่ชิ้น/วัน, ต้นทุนต่อหน่วยเท่าไร หลังลงทุน: ของเสียลดเท่าไร, ผลผลิตเพิ่มเท่าไร, ต้นทุนต่อหน่วยลดเท่าไร เงินสดเพิ่มต่อเดือนเท่าไร และพอจ่ายค่างวดไหม การทำให้ “ผลลดต้นทุน” ชัด มักช่วยให้ทั้งการบริหารเงินหลังได้วงเงิน และการสื่อสารกับผู้ให้กู้ดูเป็นระบบขึ้นด้วย 4) ทำการตลาด / เปิดจุดขายใหม่ (Pop-up / Kiosk) เพื่อ “ทดสอบตลาดก่อนขยายจริง” บทความหลักแนะนำแนวคิดที่จับต้องได้ คือ ทดลองยิงโฆษณาออนไลน์ 2–4 สัปดาห์ หรือเปิดจุดขายย่อยในทำเลทราฟฟิกสูง เพื่อทดสอบตลาดก่อนขยายสาขาถาวร มุมมองเชิงวิเคราะห์: ข้อดีของการใช้สินเชื่อเงินกู้กับ “การทดสอบ” คือความเสี่ยงคุมได้ ถ้าตั้งกรอบชัด เช่น ใช้วงเงินเท่าไร / ระยะเวลาทดสอบกี่สัปดาห์ ตัวชี้วัดต้องถึงอะไร (ยอดขายต่อวัน, CAC, อัตราซื้อซ้ำ) ถ้าไม่ถึงจะหยุดทันที การตั้งกรอบแบบนี้ทำให้การใช้เงินกู้ “ไม่บานปลาย” ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้หลายกิจการสะดุดโดยไม่รู้ตัว 5) สะพัดกระแสเงินสด (Cash-flow Bridging) ระหว่างรอเก็บเงินลูกหนี้ บทความหลักระบุแนวคิดชัดเจนว่าใช้เป็นวงเงินหมุนเวียน 30–90 วัน ระหว่างรอเก็บเงินลูกหนี้ และการแยกบัญชีรับ–จ่ายช่วยควบคุมการผ่อนและดอกเบี้ยได้ดีขึ้น มุมมองเชิงวิเคราะห์: นี่คือ “งานแท้” ของสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก—ไม่ใช่เพื่อสร้างกำไรใหม่ทันที แต่เพื่อทำให้ระบบเงินสดนิ่งขึ้น ธุรกิจที่เครดิตเทอมยาว หากไม่มีวงเงินสะพัด จะถูกบีบให้ลดงานหรือรับงานน้อยกว่าศักยภาพ 6) ซื้อก่อน–จ่ายทีหลัง เพื่อรับส่วนลดเงินสด (Cash Discount) ที่คุ้มกว่าดอกเบี้ย บทความหลักยกตัวอย่างว่า การใช้วงเงินชำระค่าสินค้าภายในกำหนดเพื่อรับส่วนลด 2–3% จากคู่ค้า ในหลายกรณีคุ้มค่ากว่าดอกเบี้ยรายเดือน และทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นโดยตรง มุมมองเชิงวิเคราะห์: วิธีนี้เหมาะกับกิจการที่มี “ซัพพลายเออร์ให้ส่วนลดจริง” และคุณหมุนเงินทันในรอบสั้น ๆ เพราะมันคือการเปลี่ยน “ต้นทุนดอกเบี้ย” ให้เป็น “กำไรจากส่วนลด” แต่ต้องระวังไม่ให้กลายเป็นการซื้อสต๊อกเกินจำเป็นจนเงินไปค้างในคลัง 7) ยกระดับมาตรฐาน / ขอใบรับรอง เพื่อเข้าช่องทางรายได้ที่ใหญ่ขึ้น บทความหลักยกตัวอย่างใบรับรองอย่าง อย., GMP, ISO, มอก. และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้เข้าช่องทางโมเดิร์นเทรดหรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ได้ง่ายขึ้น มุมมองเชิงวิเคราะห์: นี่เป็นการใช้เงินกู้ที่ “ไม่เห็นรายได้ทันที” แต่เป็นการเปิดประตูรายได้ใหม่ หากธุรกิจคุณติดอยู่กับเพดานเดิมเพราะ “ไม่มีมาตรฐาน” การใช้สินเชื่อเงินกู้เพื่อยกระดับมาตรฐานอาจคุ้มกว่าการทุ่มโฆษณา เพราะแก้คอขวดเชิงโครงสร้าง 8) รีไฟแนนซ์หนี้สั้นดอกเบี้ยสูง เพื่อให้โครงสร้างหนี้ชัดและค่างวดไม่ตึง บทความหลักเสนอแนวทางรวมภาระอย่างบัตรกดเงินสด โพยก๊วน หรือแฟคตอริ่งบางส่วน มาเป็นก้อนเดียวที่ดอกเบี้ยต่ำลง ทำให้โครงสร้างหนี้ชัดขึ้น จ่ายเป็นงวดเดียว และคุมกระแสเงินสดง่ายขึ้น มุมมองเชิงวิเคราะห์: นี่คือจุดที่ต้องระวังการใช้ เงินกู้ด่วน มากเป็นพิเศษ เพราะเงินกู้ด่วนบางประเภท “แก้เฉพาะหน้า” แต่ทำให้ค่างวดสูงและบั่นทอนความสามารถในการขอสินเชื่อที่เหมาะกว่าในอนาคต การรีไฟแนนซ์ที่ดีคือทำให้ “ภาระผ่อนรวมลดลง” และธุรกิจมีพื้นที่หายใจกลับมา 9) ลงทุนระบบ/ซอฟต์แวร์หลังบ้าน เพื่อเก็บเงินเร็วขึ้นและลดเงินจม บทความหลักยกตัวอย่าง POS, WMS, CRM, e-Invoice เพื่อช่วยติดตามลูกหนี้ ลดสต๊อกค้าง และเห็นภาพกระแสเงินสดใกล้เคียงเรียลไทม์ มุมมองเชิงวิเคราะห์: การลงทุนหลังบ้านมักถูกมองว่า “ไม่จำเป็น” แต่สำหรับธุรกิจที่เงินจมในสต๊อกหรือเก็บหนี้ช้า ระบบที่ดีอาจทำให้เงินสดไหลกลับเร็วขึ้นอย่างมีนัย และช่วยลดความจำเป็นในการกู้เพิ่มในรอบถัดไป ข้อสรุปที่ควรจำ: เขียนวัตถุประสงค์ให้ชัด + ทำแผนหมุนเงิน 90 วันทุกครั้ง บทความหลักมี “ทิปจากที่ปรึกษา” ที่ใช้ได้จริงมาก: ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อประเภทใด ควรใช้กับกิจกรรมที่สร้างกระแสเงินสดชัดเจน และทำแผนหมุนเงิน 90 วันแบบคร่าว ๆ เพื่อเห็นว่าวงเงินจะ “คืนตัวเอง” เมื่อไรและคุมดอกเบี้ยให้อยู่ในกรอบที่รับได้ หากต้องการทำให้ “วัตถุประสงค์” ดูเป็นมืออาชีพ ให้ยึดตัวอย่างในบทความหลักที่ระบุทั้ง ใช้ทำอะไร + คาดการณ์ผล + วงเงิน + รอบหมุน + แหล่งเงินคืน เช่น การเพิ่มสต๊อกรับ High Season พร้อมคาดยอดขายเพิ่ม และชำระคืนจากกระแสเงินสดส่วนใด แนวทางนี้ช่วยให้ทั้งการตัดสินใจของผู้กู้เอง และการสื่อสารกับผู้ให้กู้ “ตรงประเด็น” มากขึ้น ท้ายที่สุด หากคุณกำลังเลือก สินเชื่อsmeไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 2569 เป็นแหล่งเงินทุนหลัก ขอให้จำประโยคเดียว: เงินกู้ที่คุ้ม คือเงินกู้ที่ทำให้กระแสเงินสดดีขึ้นเร็วพอจะจ่ายหนี้ได้สบาย ไม่ใช่เงินกู้ที่ทำให้ค่างวดตึงจนธุรกิจวิ่งตามหายใจ

1
ตอบหัวข้อ:ใช้เงินกู้ “สินเชื่อ SME ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 2569”

ชื่อผู้ใช้ :

     **

อีเมล์ :

   

กรุณาใส่รหัสภาพ:

  

ที่ทำการองค์การบริหารตำบลตะคุ เลขที่ 1 หมู่ที่ 1  ตำบลตะคุ  อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา 30150

โทรศัพท์/โทรสาร. 044-283676 เว็บไซต์ : www.tambontakhu.go.th

อีเมล์ : admin@tambontakhu.go.th เวลาทำการ 08.30 น. - 16.30 น.

สารบรรณกลาง : saraban@tambontakhu.go.th